Promising Young Woman สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น แครี่ มัลลิแกน พลิกบทบาทมารับบท “แคสซี่” หญิงสาวที่ออกล้างแค้นชายผู้ทำลายอนาคตอันสดใสของเธอ ใน Promising Young Woman สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น ภาพยนตร์ทริลเลอร์สุดแสบที่ได้รับเลือกไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ในปีพ.ศ.2563 และได้รับการตอบรับที่ดีจากเหล่านักวิจารณ์โดยมีคะแนนจากเว็บไซด์ Rotten Tomatoes สูงถึง 92 เปอร์เซ็นต์

แคสแซนดรา (แครีย์ มัลลิแกน) สาวร้านขายขนมผู้มีงานอดิเรกคือการออกเที่ยวกลางคืนและแกล้งเมาเพื่อล่อลวงผู้ชายที่หวังดีประสงค์ร้ายต่อร่างกายของสาว ๆ ที่ไร้สติไปแก้แค้นเมื่ออยู่เพียงตามลำพัง การแก้แค้นของเธอดำเนินต่อไปโดยซ่อนปมในอดีตสมัยที่เธอยังเป็นนักเรียนแพทย์เอาไว้ จนกระทั่งเธอได้พบ ไรอัน (โบ เบิร์นแฮม) เพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียน ที่นำพาทั้งความโรแมนติก และการระลึกถึงบาดแผลในอดีตกลับมาให้ชัดเจนอีกครั้ง การแก้แค้นมากชั้นเชิงนี้จะจบอย่างไร? ความรักจะเปลี่ยนเธอให้รู้จักการอภัยได้หรือไม่? ต้องติดตาม

หลังจากเวทีลูกโลกทองคำประกาศผู้เข้าชิงสำหรับปี 2021 หนังเรื่อง Promising Young Woman ก็กลายเป็นที่จับตามอง ด้วยการที่หนังสามารถเข้าชิงถึง 4 รางวัลในสาขาหลัก ทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมฝั่งดราม่า รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมและรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากฝีมือกำกับและเขียนบทครั้งแรกของ เอมเมอรัลด์ เฟนเนลล์ ผู้ที่เราอาจคุ้นหน้าจากผลงานการแสดงของเธอมากกว่า จากบท คามิลลา ในซีรีส์ The Crown ซีซันล่าสุดทางเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งสำหรับงานเบื้องหลังเธอก็ฉายแสงไม่ธรรมดาตั้งแต่งานชิ้นแรกทีเดียว

และรางวัลสุดท้ายที่หนังเข้าชิงคือรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ของ แครีย์ มัลลิแกน ซึ่งเธอเคยเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงมาแล้วทั้งเวทีออสการ์และลูกโลกทองคำจากหนัง An Education (2009) และนี่เป็นอีกครั้งที่เธอเล่นในหนังของผู้กำกับหญิงเก่งและโชว์ฝีมือการแสดงได้น่าสนใจ

ต้องยอมรับว่าเมื่ออ่านเรื่องย่อเรามีความคาดเดาประมาณหนึ่งว่านี่จะเป็นหนัง พลังหญิงในแนว ล่า ที่ออกตามแก้แค้นพวกผู้ชายที่เคยทำร้ายสตรีเพศทั้งหลาย กลิ่นคาวเลือดและความบ้าคลั่งแบบหนังเกรดบีแทบจะลอยออกมาผ่านตัวอักษรได้เลย

ฉากที่ยั่วล้อ โจ๊กเกอร์ ของค่ายดีซี สะท้อนภาพคนธรรมดาที่บ้าคลั่งเพราะความอยุติธรรม
แต่ทว่าเมื่อหนังเล่าผ่านไปได้เพียง 20 นาที เราก็จะรู้ตัวทันทีว่าเรา พลาด และมองผิดไปไกลโขอยู่ เพราะไม่เพียงการแก้แค้นของตัวเอกจะไม่ได้แขยงสายตาแล้ว มันยังเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมทางจิตใจและหักความรู้สึกผู้ชมได้อย่างน่าปรบมือให้ ต้องยอมรับการหลอกล่อผ่านบทหนังที่มีกลิ่นตลกร้ายให้หัวเราะในลำคอได้ตลอด รวมถึงการนำเสนอที่แยบคายของเฟนเนลล์ที่กระแทกคำถามใส่ในใจผู้ชมได้ตลอดเรื่อง เกี่ยวกับนิยามคำว่าสุภาพบุรุษ และถ้าเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเราจะเป็นคนดีจริง ๆ หรือเปล่า? ซึ่งมันก็กลายเป็นว่าหนังมันสมเหตุสมผลสุด ๆ ขณะเดียวกันก็แสบสันต์ชวนสะใจสำหรับผู้ชมได้อย่างดี

แม้การปรากฏตัวของ ไรอัน เพื่อนหนุ่มแสนดีสมัยเรียนของตัวเอก จะไม่ได้เป็นสิ่งเกินคาดเดาว่าเขาจะพาเรื่องไปอย่างไรและจะมีบทสำคัญในช่วงหลังอย่างไร ทว่าในความเดาได้นั้น เฟนเนลล์ก็ยังเก็บลูกไม้ในรายละเอียดที่เราคาดไม่ถึง อัดใส่เราได้เรื่อย ๆ อยู่ดี

และการที่เฟนเนลล์ดึงนักแสดงสายเดี่ยวไมโครโฟนอย่าง โบ เบิร์นแฮม ที่มีผลงานตลกเวทีและงานเบื้องหลังที่ประสบความสำเร็จสูง อย่างการกำกับและเขียนบทหนัง Eighth Grade (2018) ที่กลายเป็นหนังแห่งปีของ AFI มารับบทไรอัน มันก็ลงตัวเหมาะเจาะ เมื่อต้องการผู้ชายสักคนที่ภาพลักษณ์ดูสะอาดและไร้พิษภัย ซึ่งเบิร์นแฮมก็แทบจะเป็นไรอัน ที่คนดูไว้ใจได้แทบจะทันทีที่ปรากฏตัว โดยไม่ต้องแสดงอะไรมากมายเลย

แต่หากจะชื่นชมการแสดงในเรื่องนี้แล้ว อย่างไรเสียก็ต้องยอมรับว่า แครีย์ มัลลิแกน คือคนที่โดดเด่นในหนังที่สุด แม้ว่าบทหนังจะไม่ได้อำนวยให้เธอได้โชว์เทคนิคมากมายนักในบางช่วงเวลา แต่เมื่อหนังต้องการความลึกในการแสดง เธอก็สามารถเฉิดฉายและทำให้เราจดจำเธอในฉากนั้นได้อย่างไม่พลาดสักนาที ไม่ว่าจะการใช้สายตานิ่ง ๆ จ้องใส่เหยื่อหนุ่มที่หลงกลติดกับอยู่กับเธอสองต่อสอง จนผู้ชมเองยังต้องหงอตาม หรือช่วงที่เผยปมดราม่าในใจอันซับซ้อนของเธอที่บางครั้งขัดแย้งกันเองระหว่างการล้างแค้นหรือการให้อภัย ตลอดจนบรรดาสายตาผิดหวังในมนุษย์ที่ภายนอกดูเป็นคนดีเสียเหลือเกิน แต่ภายในกลับช่างเหม็นเน่า ทำให้หนังเป็นมากกว่าหนังล้างแค้นไปมากทีเดียว

และถ้าว่าไปมัลลิแกนมองการแสดงหลายเฉดในหนังเรื่องเดียวได้น่าทึ่งมาก ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นหญิงใสซื่อที่ตกหลุมรักหรือหญิงโรคจิตที่หมกมุ่นกับการล้างแค้น เธอทำให้เราเชื่อได้หมดแม้จะเป็นฉากที่อยู่ถัดกันเลยก็ตาม

สิ่งที่สุดท้ายที่คงต้องขอชมคือการออกแบบศิลป์ และการถ่ายภาพที่พยายามสะท้อนสัญญะบางอย่างให้เราได้ขบคิด เช่นการวางกรอบสี่เหลี่ยมไว้หลังนางเอกเพื่อให้นางเอกยื่นหน้าผ่านเส้นขอบสมมติออกไป ในฉากที่นางเอกเกิดการเปลี่ยนแปลงทลายกำแพงในใจบางอย่าง หรือการใช้ทรงผมของนางเอกเพื่อเผยปรากฏการณ์ภายในใจของตัวเอกในแต่ละช่วงเวลาของพัฒนาการในหนังก็นับว่า คิดมาถี่ถ้วนและตั้งใจไม่น้อยทีเดียว คือดูเรื่องราวของหนังก็สนุก ดูรายละเอียดการออกแบบหนังเองก็ไม่น่าเบื่อ ได้ครบทั้งการตกแต่งหน้าและไส้ในจริง ๆ

แม้การหักมุมของหนังจะมีความเหี้ยมเกรียมและทำเอาจุกได้มากกว่าฉากแหวะ ๆ เสียอีก แต่อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่หนังเกรดบีเลือดสาดแต่อย่างใด ใครอยากดูหนังล้างแค้นโหด ๆ เลือดนองนี่ไม่ใช่คำตอบ แต่ใครมองหาหนังเผ็ด ๆ คม ๆ แสบ ๆ ลูกเล่นลีลาเป็นร้อยกระบวนท่าแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้โคตรได้ และไม่แปลกเลยที่มันจะเป็นหนังขวัญใจผู้ชมหรือนักวิจารณ์ในเวทีรางวัลคุณภาพที่ผสมผสานความบันเทิงอย่างกลมกล่อมที่สุด